Monday, January 22, 2018



จั่วหัวเรื่องให้ดูน่า Drama เรียกแขก คิๆๆ มามุงกันเร้ววว โดยเฉพาะใครที่อยากแก้ปัญหาเรื่องการลดน้ำหนัก โดยการเข้าไปเป็นลูกค้าของสถาบันลดน้ำหนักเหล่านี้ ขอให้ blog นี้ เตือนสติคุณก่อนค่ะ



เมื่อ2ปีที่ผ่านมา ฉันได้รับคูปองฟรีไปทดสอบถูกคอร์สทรีทเม้นลดหุ่นราคาถึง 9,900บาท จากสถาบันลดหุ่นโด่งดังแห่งหนึ่ง โอ้โห ฟังมองมากใช่มั้ยค่ะ ราคาตั้งเหยียบหมื่น ทดลองไปทำมองฟรีๆดียิ่งกว่า (ในใจมิได้คิดเลยว่าจะควักกระเป๋าซื้อเพิ่ม กะว่าจะไปใช้ของฟรี)



เมื่อไปถึงแล้ว อ้อยเข้าปากช้างจริงๆจ้ะ พนง.ตรงนั้นพูดจาดีเลิศก ขั้นตอนแรกพวกเราจะต้องไปขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนัก วัดระดับไขมัน จะเป็นเครื่องที่มีจอดูยิ่งใหญ่น่าไว้วางใจ วัดออกมาแล้วเชื่อเถอะจ้ะ ไม่ว่าใครก็อาจมีส่วนเกินทั้งหมด จะมีประโยค classic ไม่กี่คำที่พนง.กล่าวกลับมาเพื่อ convince พวกเราในพื้นฐาน ดังเช่นว่า ร่างกายบวมน้ำ ทานน้ำน้อยใช่มั้ย (ขอโทษจำทั้งสิ้นมิได้ เพราะเหตุว่าผ่านมานานแล้ว) เสร็จแล้ว พนง.ก็จะอุตสาหะชี้แนะหลักสูตรพวกเราว่า พวกเราเหมาะสมกับอันไหนๆซึ่งชี้แจงพวกเราก็ไม่รู้เรื่องหรอกจ้ะ ว่าสิ่งที่พวกเราซื้อมันดีหรือเปล่าดี เนื่องจากพวกเรามิได้มีความรู้และมีความเข้าใจมาก่อน ว่าธรรมดาหลักสูตรมันควรจะราคามากแค่ไหน สุดแท้แต่ละหลักสูตรไม่เหมือนกันอย่างไร จุดนี้ในจังหวะที่พวกเรากำลังงุนงง พนง.คนงามก็อุตสาหะจะปิดวิธีขายให้กับพวกเรา หรือถ้าเกิดพวกเรายังมองลังเล เค้าจะoffer free treatment ให้พวกเราทดลองก่อน 1 ครั้ง


ขั้นตอนการทำทรีทเม้นต์ แต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกันค่ะ อาจจะมีการนวดมือ นวดเครื่อง ให้ไขมันแตกตัวแล้ว แล้ว wrap ทั้งตัว อบผ้าห่มไฟฟ้า อะไรต่างๆแนวนี้ แน่นอน เราต้องมี before after ก่อนทำต้องวัดสัดส่วนกันซักนิด (วัดหลวมๆหน่อย) พอทำเสร็จแล้ว ออกมาวัดสัดส่วนอีกที​ (วัดแน่นๆ) โอ้โห ลงไปถึง x นิ้ว ในครั้งแรก รวมถึงน้ำหนักที่ลดลงด้วย พระเจ้าจอร์จ มันยอดจริงๆเลย





* การวัดนี่ก็แล้วแต่มือและความสามารถค่ะ บางคนตั้งใจวัด บางคนก็ตั้งใจวัดหลวม-วัดแน่นจนเราสังเกตได้  ส่วนน้ำหนักที่ต่างกันในหลักขีดอันนี้เราต้องตั้งสติค่ะ บางทีกินน้ำแก้วนึงก็ขึ้นมา 2 ขีดแล้ว อย่าเพิ่งไปตื่นเต้น



พอลองทำทรีทเม้นเสร็จแล้ว พนง.คนสวยคนเดิมจะพาเราเข้าห้องแบบไพรเวท (เหมือนห้องสัมภาษณ์งาน หรือห้องทำงาน ที่มีแค่เรา2 หรือบางทีจะเข้ามารังควานตั้งแต่ตอนเรากำลังแก้ผ้านวดอยู่เลย นำเสนอคอร์สให้เราตัดสินใจตั้งแต่ตอนทำ) แต่ขอให้คุณรู้ไว้เลยว่า เมื่อใดที่เค้าพาคุณเข้าห้องแบบ2ต่อ2 (อารมณ์ปิดประตูตีแมว) แปลว่าเค้าจะปิดการขายคุณแล้ว เหตุผลร้อยแปดการชักแม่น้ำทั้งห้า จะเกิดขึ้นทันที ถ้าคุณบอกไม่ยอมซื้อ จะมีประโยค classic ตลอดกาลแนวๆนี้ ตามมาค่ะ

- แล้วคุณพี่โอเคที่เท่าไหร่ เดี๋ยวหนูจะไปขอผู้จัดการให้ค่ะ ให้พิเศษจริงๆ พี่อย่าไปบอกใคร เดี๋ยวหนูโดนบริษัทใหญ่เล่นงาน มันเป็นเรตที่ให้ลูกค้าใหม่ไม่ได้จริงๆ
- วันนี้มีลูกค้าเพิ่งซื้อคอร์สไปเป็นแสนเลย แล้วเค้าได้เรตนี้ หนูจะแจมของพี่เข้าไปกับเค้าด้วย (พร้อมเอาbookลูกค้า มีตัวเลขยึกยือมาให้ดู) อันนี้พิเศษมากๆ เฉพาะวันนี้วันเดียว วันอื่นไม่ได้แล้ว
- พี่มีบัตรเครดิตอะไร ซึ่งไม่ว่าจะเราตอบว่าบัตรไหน น้องนางก็จะบอกว่า ตอนนี้เรามีโปรกับบัตรนี้ได้ผ่อน 0%
- พี่คิดดูมันผ่อนได้ เรายอมจ่ายแค่เดือนละ xพัน แต่พี่ได้ดูแลรูปร่างตัวเอง พี่จ่ายให้ตัวเองไม่ได้หรอคะ
- ไม่ได้เอาบัตรเครดิตมาหรอคะ จ่ายเงินสดก็ได้ ส่วนนึงก่อนก็ได้ แล้วค่อยมารูดบัตรวันหลัง
- เงินสดไม่พอหรอคะ เดี๋ยวหนูเดินไปกดที่ ATM กับพี่ มัดจำไว้ส่วนนึงก่อนก็ได้ พร้อมแล้วค่อยมาจ่ายทั้งหมด


เอาหล่ะคะคนจิตอ่อนอย่างดิฉันมีหรือจะรอด ในครั้งแรกก็ควักจ่ายไป 2x,xxx  คิดปลอบใจตัวเองไปว่า เออเอาวะ ลองดูขำๆ (ขำมากมั้ยแก 2 หมื่นกว่าเนี่ย) แต่หลังจากนั้น คิดว่าซื้อแล้วจะจบหรอคะ no no ~ (โยกหัวไปมา) คุณคิดผิดซะแล้ว










หลังจากซื้อคอร์สไปในครั้งแรก พอไปครั้งที่2 เท่านั้นแหละ พนง.ก็พยายามมายัดเยียดขายคอร์สให้ดิฉันอีก ยัดเยียดแบบจนเบื่อ จนเราเริ่มรู้ทางแล้วว่าถ้าพาเข้าห้องนี่ตูโดนอีกแน่ ก็พยายามบ่ายเบี่ยงไป โดยแต่ละครั้งที่เข้าไปทำ จะมีการพยายามขายคอร์สโดยให้ราคาที่ถูกกว่าที่เราซื้อครั้งแรกเยอะมาก ถูกเกินครึ่ง (อ๋อ สรุปครั้งแรกที่บอกว่าถูกแล้วนี่โดนหลอกสินะ) และตลอดเวลาจะมีพนง.โทรมาตามให้ไปทำทรีทเม้น อ้อ ลืมบอกไปว่า เค้าจะให้สมุดมาจดบันทึกด้วยค่ะ ว่าเราทานอะไรไปบ้างในวันๆ จดแล้วเอามาคุยกับนักโภชนาการ (ฟังดูดี) แล้วเค้าจะช่วยดูให้ว่าพฤติกรรมการกินอาหารของเรานั้นเป็นไง ซึ่งดิฉันไม่เคยจดเลยค่ะ ยัดทะนานกินเข้าไปเหมือนเดิม น้ำหนักก็ขึ้นๆลงๆ ไม่ได้เห็นผลอะไรชัดเจน



ช่วงแรกๆ ดิฉันก็ไปติดๆกัน แต่พอเจอการยัดเยียดการขายแบบสุดๆ ก็เริ่มเบื่อ ไม่อยากไป ไม่รับสายบ้าง ซักพักนางก็เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนคนโทรบ้าง จะมีมุกใหม่ๆมาหลอกล่อเราเสมอ อาทิเช่น เรามีอีเว้นค่ะ เปิดตัวเครื่องทรีทเม้นสลายไขมันใหม่ อยากเชิญคุณพี่มาลองทำฟรี ไม่ตัดจากคอร์สเดิมด้วยนะ อันนี้ราคาตั้ง xxx ต่อครั้งเลยนะ (แพงมากๆ แต่ให้ทำฟรี ฟังแล้วคือต้องไป) ดิฉันก็ไปมาหมดค่า ด้วยความโลภอยากทำฟรี สุดท้ายก็อิหรอบเดิม พนง.เค้าก็ต้องอยากปิดการขาย เคยเจอถึงขั้น คุกเข่าคุยที่พื้น แล้วพอเราบอกว่ารีบจะไปธุระ นางกอดขาเราไว้ก็มี จะจ่ายก่อน3พัน 5พัน อะไรก็ได้ ยังไม่ต้องจ่ายทั้งหมด คือเซลล์ตื้อเก่งสุดๆๆค่ะ และเซลล์ทุกคนคงต้องทำเพื่อความอยู่รอด  (แต่พี่ก็ต้องอยู่ให้รอดเหมือนกันนะน้องขา)



หลังจากดิฉันเริ่มเบื่อเซลล์สาขาเดิมที่ตื้อไม่เลิก ดิฉันก็เลยย้ายสาขาค่ะ เพราะเห็นบอกว่า ไปทำสาขาไหนก็ได้ เรามีหลายสิบหลายร้อยสาขา สะดวกสบาย กลายเป็นว่า พอไปทำที่ใหม่ ทำเสร็จออกมาก็จะพาเข้าห้องปิดการขายอีกเช่นเดิม แล้วตอนก่อนทำก็ให้กรอกข้อมูลกรอกเบอร์ นางก็ได้เบอร์ดิฉันไปอีก โทรมาตามอีก โอย ไม่จบไม่สิ้น



คือบอกเลยว่าการที่เค้าได้เบอร์โทรเราไปแล้วนี่เหมือนเป็นกรรมเวรค่ะ เค้าจะโทรตามเราทุกอาทิตย์ๆละหลายครั้ง จนมีช่วงนึงดิฉันมีอาการหลอน ไม่รับสายเบอร์แปลกไปเลย เหมือนหนีเจ้าหนี้ บางทีบอกว่าไม่ว่างเข้าไป นางก็ไปลงbookจองคิวให้เฉยเลย แล้วพอใกล้ๆโทรมาคอนเฟิม พรุ่งนี้พบกันนะคะ เอ๊ะ….



เคยมีครั้งนึงที่ดิฉันบอกว่า คงยังไม่ซื้อคอร์สใหม่ เพราะอยากใช้คอร์สเดิมให้หมดก่อน แล้วนี่ก็เพิ่งไปสมัครฟิตเนสรายปีมา  พนง.กลับบอกว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งไม่ดี วิ่งเยอะไปกระแทกข้อเข่าจะเสื่อม (ไม่ได้ใช้คำนี้นะคะ แต่ความหมายแนวๆนี้) ดิฉันเริ่มรู้สึกว่า กู่ไม่กลับนะ นี่นอกจากจะฮาร์ดเซลล์ละยังไม่มีความจริงใจขนาดนี้ สิ้นสุดกันที คอร์สที่เหลืออยู่ช่างมัน ไม่ไปละ ทิ้งไปเลย ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังมีโทรศัพท์เข้ามาตามดิฉันอยู่บ้างคะ นานๆครั้ง (เหมือนโดนทวงหนี้ยังไงชอบกล) เพลียสุดๆค่ะ นี่เสียเงินแถมชีวิตไม่สงบสุขตั้งหลายปีขนาดนี้







1. ทำแล้วได้ผลมั้ย ผอมลงมั้ย


– ไม่ทันเห็นผลเพราะไม่ได้ทำต่อเนื่อง เพราะอย่างที่บอกค่ะ โดนตื้อขายคอร์สทุกครั้ง จนรำคาญไม่อยากเข้าไป จริงๆไม่ดีค่ะ ใครซื้อแล้วควรอดทนไปให้ครบ มันเป็นสิทธิของเรา



2. คุณภาพคุ้มราคามั้ย


– ตอนซื้อครั้งแรกจะรู้สึกว่าคุ้มค่ะ แต่พอไปเรื่อยๆจะรู้สึกว่าโดนหลอก ราคาที่เค้า offerมาในครั้งแรก ลดได้อีกเกินครึ่งค่ะ ใครจะไปซื้อคอร์สอะไรแบบนี้ก็ลองต่อไปเลย ไม่ได้ก็ไม่ต้องเอา ส่วนสถานที่สวยงามสมราคาค่ะ (แต่บางทีถ้าปฎิเสธไม่ซื้อ พนง.หน้าหงิกใส่ก็มีบางครั้ง)

อ๋อ อีกอย่าง ตั้งแต่ไปทำมายังไม่เคยเจอลูกค้าคนไหนผอมเหมือนพรีเซนเตอร์เลยค่ะ คิดเอาเองละกันนะคะว่าควรจะไปทำมั้ย



3. จะกลับไปใช้บริการอีกมั้ย หรือแนะนำใครไปมั้ย


– ถ้าเกลียดใครจะแนะนำให้ไปค่ะ แล้วบอกว่าดีมาก



4. รู้สึกยังไงกับสถาบันลดน้ำหนัก


– รู้สึกเหมือนเป็นเจ้ากรรมนายเวรค่ะ อยากเข้าไปhack databaseของบริษัทเค้าแล้วลบชื่อลบเบอร์ดิฉันออก ชีวิตจะได้สงบสุขเสียที (พนักงานลาออกหลายคนแล้วแต่เบอร์ยังส่งต่อกันอยู่)



5. คิดว่าใครที่เหมาะกับการเข้าสถาบันลดน้ำหนัก


– สั้นๆค่ะ คนรวยที่ขี้เกียจออกกำลังกาย เงินทองเหลือใช้ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินใครมา แต่ไม่ยั่งยืนหรอกนะคะ เลิกไปก็อ้วนอีก คุณเห็นมั้ยว่าชมพู่อารยายังต้องออกเล่นออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ และคุณชมเคยพูดในรายการโมเมพาเพลินไว้ว่า “กับขา หมดไปเป็นล้าน” (กว่าจะสวย) ละถ้าคุณคิดว่าจ่ายเงินไม่กี่หมื่น นอนนวดๆ อบๆไม่กี่ครั้งละจะพุงยุบ ขาเรียวเล็ก เซลูไลท์หายสวยปิ๊ง มันไม่ใช่แล้วค่ะคุณขา ถ้าอยากเข้าคอร์สทำได้ค่ะ แต่แนะนำการออกกำลังกายและเลือกปรับพฤติกรรมการกินไปด้วย เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์เถอะค่ะ เพื่อความสวยที่ยั่งยืนกันดีกว่านะจ้ะ

Post a Comment: